วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จิตใฝ่ดี

 28 กรกฎาคม 54
        12.45 ของทุกวัน นักเรียนทุกระดับชั้นต้องเข้าแถวบ่าย 
เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนภาคบ่าย เป็นช่วงที่ครูในระดับ
มีเรื่องนานาสาระที่พูดคุยกับเด็ก บางครั้งพวกเราก็ให้นั่งสมาธิ
 เป็นการผ่อนคลายเรียกความสดชื่น
         บ่ายวันที่ 26 กรกฎาคมครูกระตุ้นนักเรียนในการทำโครงงาน
หลังจากเลิกแถวยังมีการจับกลุ่มสนทนาเรื่องโครงงาน มีนักเรียน 3/2 ยืนรอ
       “คุณครูขา เงินหนูหายคะ”  “คาบที่3 คะ” “1,800 บาทคะ” 
       “เอ้า ทำไมพึ่งบอกครู ก็บ่ายโมงแล้วนี้ จะเหลืออะไร ละ”
       “ครูขา หนูพอจะรู้ว่าใครเอาคะ หนูไม่เอาเรื่องคะ แต่หนูอยากให้เขามีจิตสำนึกคะ
คุณครูบอกให้หนูหน่อยนะคะ” 
        “ชั่วโมงต่อไปของครูไม่ใช่หรือ อย่างนั้นเข้าห้องเลย”
คิดในใจ ทำได้ไหมหนอ ลองดูก็แล้วกัน
       เป็นช่วงที่เด็กแต่ละกลุ่มนำเสนอหลักธรรมที่ได้จากพระพุทธรูปประจำปางวันเกิด
 พอดีเลยได้โอกาส ครูเลยได้พูดเรื่อง จิต ไม่มีวันดับ ยกตัวอย่างร่างอาจารย์ใหญ่ให้ดู
(วันนั้นห้องนี้เรียนคอมพิวเตอร์พอดี ได้โอกาสดู FR ของเอ็ม กรีด ร่างอาจารย์ใหญ่ทั้งห้อง)
 จากนั้นพูดเรื่องการส่งกระแสจิต และยกตัวอย่างการรวมส่งกระแสจิต
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีที่แล้ว ในช่วงMP3กำลังฮิตใหม่ๆๆ
นักเรียนก็เอามาเล่นที่โรงเรียน แล้วหาย ระดับ ม. 3 เรียกรวมทันที แล้วค้นหา ไม่เจอ
ในที่สุดก็ใช้วิธี ทุกคนสวดมนต์ แล้วนั่งสมาธิ ส่งกระแสจิตถึงคนที่เอาไปให้เอามาคืน
เชื่อไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละ ขณะนั้น ฟ้ามืดครึม เมฆหนาผ่าน มีลมพัด นักเรียนแต่ละคนไม่กล้าลุก
ครูแนะให้ทุกคนส่งกระแสจิตพร้อมกัน  เชื่อไหมว่า วันรุ่งขึ้น ได้MP3 คืน
        ทันใดนั้น มีนักเรียนคนหนึ่งพูดว่า “คุณครูขา พาพวกหนูนั่งหน่อยคะ”
ครูก็เลยแกล้งถามว่านั่งทำไมมันไม่ดี กระแสจิตมีจริงและที่นี้แรงด้วยนะ
 “เงินพวกหนูหายคะ” ครูเลยบอกว่าไม่เอาหรอกเราเป็นเพื่อนกันกี่ปีแล้ว
จะส่งกระแสจิตทำไม ใครเอาของเพื่อนไปก็ให้เอามาคืน เหลือเท่าไรก็เอาเท่านั้น
ทุกคนให้อภัย เห็นไหม องคุลีมาร ฆ่าคนมาเท่าไรแล้ว เมื่อกลับใจใครๆก็ให้อภัย
เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะ ครูจะแจกกระดาษให้ แล้วเลิกเรียนทุกคนต้องเอา
กระดาษนี้ห่ออะไรก็ได้ไปไว้ที่โต๊ะครู  ได้แต่หวัง หลังเลิกเรียนทุกคน
เอาห่อกระดาษวางไว้ที่ห้องครู   ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
      บ่ายวันที่ 27 กรกฎาคม แทนที่จะนั่งสมาธิวันนี้ครูเล่านิทานให้ฟัง
ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว แต่เป็นเรื่องที่ครอบครัวหนึ่งมีลูกสาวสวยมากๆๆ
ถึงสามคนแต่ละคนมีนิสัยแย่มาก คนหนึ่งพูดไม่ดีพูดส่อเสียด คนหนึ่งลักขโมย
คนหนึ่งนิสัยมูมมาม เมื่อพ่อทนนิสัยลูกไม่ได้ก็เอาลูกไปลอยแพ แพก็ลอยไปสู่ทะเล
 ไปเจอเรือมหาโจร มหาโจรเห็นสาวงามก็รับขึ้นเรือ  เรือวุ่นวายมาก มีของหาย
มีการทะเลาะวิวาทกัน มีการกินอาหารเรี่ยราด
ถ้านักเรียนเป็นมหาโจรนักเรียนจะปล่อยใครลงทะเล
     นักเรียนออกความคิดเห็นหลากหลายเลย ครูสรุปว่าถึงแม้ว่ามหาโจรเลือกลอยแพ
 คนพูดไม่ดีพูดส่อเสียด ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดแก้ไขไม่ได้แต่ครูก็ไม่อยากเห็นลูกๆๆ ของครู
เป็นคนมูมมาม เป็นคนขี้ขโมย เห็นไหมว่ามหาโจรยังให้อภัยเลย ครูก็ให้อภัยลูกๆๆทุกคนเหมือนกัน
     เช้าวันที่ 28 กรกฎาคม ขณะกำลังเดินขึ้นไปสอนมีนักเรียนมาช่วยถือกระเป๋า
แล้วบอกว่า คุณครูขา หนูได้เงินคืนแล้ว ว่างไว้ที่โต๊ะหนูคะ
เป็นคำพูดที่ เป็นสิริมงคลมากที่สุด สำหรับวันนี้
แต่ครูขอสดุดี เพื่อนคนนั้นว่าเธอชนะแล้ว ชนะตนเอง
ถือว่าสุดยอดของการชนะ ครูดีใจกับเธอด้วยนะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น